Archive for the ‘ทั่วไป’ Category

ควบคุมตัวเอง

Sunday, August 29th, 2010

ผมเคยได้อ่านเรื่องของชีวิตของพี่น้องคู่หนึ่ง
จำได้คร่าว ๆ ราว ๆ นี้

เค้ามีบ้านอยู่ในย่านสลัม
พ่อโดนจับตั้งแต่ทั้งสองยังเล็ก ด้วยข้อหาลักขโมย
เด็กทั้งสอง ถูกเลี้ยงมาด้วยกัน โตมาด้วยกัน

เมื่อเด็กสองคนนั้นโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่

คนหนึ่ง เป็นเจ้าของบริษัทเล็ก ๆ
มีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกสาว 1 คน
อีกคนหนึ่ง ปัจจุบัน เค้าอยู่ในคุก
ด้วยข้อหา ลักขโมย

“อะไร ทำให้ชีวิตคุณเป็นแบบนี้”
ทั้งสองคน ตอบคำถามนี้ ด้วยคำตอบเดียวกัน

“ผมจะเป็นยังไงได้ล่ะ ถ้าผมมีพ่อแบบนี้”

จากหนังสือเล่นนึงของ Anthony Robbin

โดยส่วนตัว ผมเชื่อว่า
ความรู้สึก หรือ วิธีคิด รวมถึงความผิดปกติทางความคิดต่าง ๆ นั้น
ไม่ได้เกิดจากสภาพแวดล้อม
แต่เกิดจาก การตีความหมายสภาพแวดล้อมของตัวเราเองต่างหาก

เนื่องจาก สิ่งต่าง ๆ นั้นเกิดขึ้น
และ เราควบคุมมันไม่ได้ทั้งหมด
(ที่เราควบคุมได้ คือ ตัวเอง )

ทัศนคติ ความสุขที่แท้จริง

Sunday, August 29th, 2010

ผมเคยอ่านนิทานเรื่องหนึ่งนานมาแล้ว เรื่องมีอยู่ว่า อาจารย์ท่านหนึ่งลากเส้นตรงขึ้นมาเส้นหนึ่ง แล้วบอกให้นักเรียนลองทำให้เส้นตรงเส้นนี้สั้นลงโดยไม่ต้องลบ นักเรียนต่างหาวิธีทำให้เส้นตรงนั้นสั้นลงไม่ได้เพราะทุกคนติดอยู่กับภาพลักษณ์ของการลบเส้นเดิมทิ้งไปเพื่อให้เส้นเดิมสั้นลงไป อาจารย์ท่านนั้นจึงขอให้นักเรียนรายหนึ่งเขียนเส้นตรงเส้นใหม่ที่ยาวกว่าเส้นเดิม ภายหลังจากที่นักเรียนลากเส้นตรงเส้นใหม่ที่ยาวกว่าเดิมแล้ว อาจารย์ท่านนั้นอธิบายให้นักเรียนฟังว่า 

“การที่มีคนลากเส้นตรงขึ้นมาเส้นหนึ่ง ไม่ว่าเส้นตรงที่ลากมาจะยาวแค่ไหน เราสามารถทำให้เส้นตรงนั้นสั้นลงไปได้โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปลบเส้นของคนอื่นให้สั้นลง แต่เราสามารถทำให้เส้นของคนอื่นสั้นลงโดยที่เราลากเส้นของเราให้ยาวขึ้น ยิ่งเราลากเส้นยาวออกไปมากเท่าไหร่เส้นเดิมที่ลากไว้ก็จะสั้นลงไปทุกที เปรียบเหมือนการที่ใครซักคนทำในสิ่งหนึ่งที่ดีอยู่ประสบความสำเร็จอยู่ เราไม่ควรให้ความอิจฉาริษามาก่อให้จิตของเรารุ่มร้อนและหาทางกลั่นแกล้งคนๆนั้นด้วยการหาทางทำลาย เหมือนกับการพยายามลบเส้นของคนอื่นให้สั้นลง ตรงกันข้ามควรจะยินดีกับความสำเร็จของคนอื่น เหมือนกับที่เรามองความยาวของเส้นตรงที่คนอื่นลากไว้ แต่เราหาทางพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆเหมือนกับการพยายามลากเส้นตรงเส้นใหม่ให้ยาวขึ้นเรื่อยๆโดยไม่ไปลบเส้นของคนอื่น เส้นตรงที่เราลากก็จะยาวขึ้นเรื่อยๆ โดยเส้นเดิมที่เราลากไว้ก็จะสั้นลงไปเรื่อยๆโดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปลบออกให้สั้นลง” 

การคิดในเชิงสร้างสรรค์แบบนี้ทำให้จิตใจของเราโปร่งสบาย ไม่รุ่มร้อน เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่ได้แข่งกับใครแต่เราแข่งกับตัวของเราเองอยู่ตลอดเวลาและเราไม่ได้ไปสร้างศัตรูหรือไปก่อเวรกับคนอื่น ตรงกันข้ามการแข่งขันระหว่างกันเป็นไปในทางเกื้อผมลกันทำให้ระบบโดยรวมมีการเติบโตอยู่ตลอดเวลาไปในทางที่เป็นบวก คงไม่สำคัญว่าคุณต้องชนะคนทั้งหมด สิ่งสำคัญคงอยู่ที่คุณพยายามชนะตัวของคุณเองอยู่ตลอดเวลาต่างหาก เพียงแต่เมื่อใดคุณสามารถชนะตัวของคุณเองได้ ชัยชนะที่ได้ก็จะมีความหมายและทำให้คุณเกิดความภูมิใจ และถ้าคุณยังไม่หยุดพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง คุณก็จะชนะตัวคุณไปเรื่อยๆ เมื่อคุณมองย้อนกลับมาเมื่อไหร่คุณก็จะมีแต่ความภูมิใจในชัยชนะที่ขาวสะอาด ชัยชนะที่เป็นแรงขับดันให้คุณพยายามพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ 

การประสพความสำเร็จในชีวิตของแต่ละคนมีอยู่หลายวิธี บางครั้งผู้คนต่างพยายามเลียนแบบเส้นทางประสพความสำเร็จของผู้อื่น แต่เมื่อเดินตามเส้นทางนั้นกลับพบว่าไม่ประสพความสำเร็จนัก ความสำเร็จในชีวิตของผู้คนคงไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบอย่างเดียวกันเสมอไป และเส้นทางไปสู่ความสำเร็จก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นทางเดียวกันเสมอไป สิ่งสำคัญน่าจะอยู่ที่ความสุขใจที่ได้เลือกเส้นทางที่เหมาะกับตนเองมากที่สุดมากกว่า 

จงอย่าพยายามเลียนแบบเส้นทางไปสู่ความสุขของผู้อื่น เพราะนิยามความสุขของผู้คนต่างกัน ความสุขที่เราเห็นผู้คนอื่นมีความสุขกันอยู่ ถ้าเราไปอยู่ในสถานะนั้นเราอาจจะไม่มีความสุขอย่างที่เราเข้าใจก็ได้ สุขและทุกข์แท้จริงอยู่ที่ใจของเรากำหนดต่างหาก ลองมองทุกอย่าง อย่างเป็นกลางๆ ไม่เอาความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลง อคติ มาครอบงำ แล้ววันหนึ่งเราอาจจะค้นพบความหมายของคำว่าความสุขที่แท้จริงของตัวเราเอง

By: คุณชาคโร

หน้าตา หรือ บุคลิก

Thursday, August 19th, 2010

ในฐานะที่เราเป็นผู้ชาย เราคงรู้สึกตลกกับนิสัยของผู้หญิงเวลาหยิบเสื้อมาลอง แล้วถามคุณว่า “เค้าจะใส่ชุดนี้ คิดว่าเค้าอ้วนมั้ย?” คุณจะตอบว่า A)แน่นอน อีอ้วน B)ดูดีมากจ้ะที่รัก(โกหก นี่แกหาว่าชั้นอ้วนเหรอ -*-) C) ไม่ตอบ ไปโขกหัวคุณกับกำแพงยังจะดีกว่า

ผู้หญิงใช้เวลาเป็นวันในการ “แต่งหน้า” พวกเธอเสียเวลามากไปกับการช้อปปิ้งหาชุดเดรสหนึ่งตัว หรือ นั่งอ่าน fashion tips นับไม่ถ้วน เราเห็นเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องตลก เราแกล้งเธอตรงนี้

แต่ที่ผู้หญิงมาหมกมุ่นกับเรื่องความสวยความงามก็เพราะเรา มันเป็นความผิดของพันธุ์ชาย ถ้าเกิดว่าผุ้หญิงสามารถรักษาคนไข้ แต่งเพลงซิมโฟนี เขียนบทกวี เราคงจำได้หน้าตาของพวกเธอได้เป็นหลัก

เราผู้ชายในทางตรงกันข้าม เราหมกมุ่นกับการงาน สถานภาพสังคม และ สมอง สำหรับผู้ชายแล้ว ความสวยความงามเปรียบได้กับการไปฟิตเนส สร้างกล้ามเนื้อ เพื่อให้ดูมีพลังที่จะ “คุ้มครอง” สาวๆ

ผู้หญิงเสาะหา “องค์ภาพรวม” จากผู้ชาย (อาจหมายถึง ไม่ได้เสาะหาเจาะจงที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง – ผู้แปล) ผู้หญิงจะเลือกคบกับผู้ชายที่อาจดูไม่ค่อยหล่อ แต่ทำให้เธอรู้สึกดีได้, หัวเราะได้, รู้สึก ถึงความโรแมนติก, และความรู้สึกดีๆอีกหลายอย่างที่ผู้หญิงเฝ้าฝันถึง มากกว่าจะคบกับ ผุ้ชายหล่ออย่างเดียวแต่ไม่รู้ว่าเขาต้องทำอะไรและไม่รู้วิธีที่ทำให้เธอรู้สึกดีได้

ผู้ชายมักชอบแบ่งแยก ผู้หญิงที่หน้าตาไม่น่ารักไม่ดีเอาซะเลยคงลำบากเพราะรูปร่างหน้าตาคือสิ่งเดียวที่ผู้ชายกรองผุ้หญิง

การเป็นผุ้ชายที่หน้าตาไม่หล่อไม่ทำให้เราเป็นรองชายใดๆ แต่เป็นผุ้ชายที่มีบุคลิกแย่เป็น

ผู้ชายที่หล่อน้อยแต่มีบุคลิกดีมาก ได้เปรียบพวกผู้ชายที่หล่อมากแต่มีบุคลิกแย่ เป็นร้อยเป็นพันเท่า

ความจริงคือ ผู้ญิงอาจหลงเสน่ห์คุณจากรูปลักษณะ และให้โอกาสมากกว่า แต่บุคลิกเท่านั้นที่จะรักษาพวกเธอไว้ได้

ผู้ชายต้องการผู้หญิงรูปร่างหน้าตาสวยงาม แต่ผู้หญิงต้องการผู้ชายที่ มีเสน่ห์ มีอารมณ์ขัน ประสพความสำเร็จ และ มีมันสมอง นี่แหละคือผุ้ชายที่ผู้หญิงใฝ่หา

คิดว่าจดหมาย บอกเลิก หรือ จดหมาย บอกรัก

Tuesday, June 1st, 2010

ถึง……………..

ความรักอันยิ่งใหญ่ซึ่งฉันเคยมีต่อคุณนั้น มาบัดนี้

สลายตัวจนสิ้นแล้ว ฉันรู้สึกตัวว่าไม่ชอบคุณ และจะไม่ชอบคุณ

เพิ่มขึ้นทุกขณะจิต หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ฉันเฝ้าแต่ครุ่นคิด

ว่าทำอย่างไรจึงจะขจัดคุณไปจากชีวิตฉันได้ ฉันจะไม่

หาหนทางแต่งงานกับคุณตามที่คุณขอ ฉันไม่เห็นใครแล้ว

ที่ผยองเท่าคุณ จนถึงกับกล้าโอ้อวดว่าจะมีผู้ชายน้อยคนนัก

ซึ่งสามารถปกป้องคุ้มครองและเป็นคู่ชีวิตได้ดีเท่าคุณ

ฉันจะขอบคุณมากถ้าคุณจะพยายามเลิกติดต่อกับฉัน

จดหมายฉบับล่าสุดของคุณนั้น ฉันอ่านเมื่อเช้า ทำให้

ฉันเบื่อหน่ายต่อวาจาเพ้อเจ้อของคุณเพิ่มขึ้นทุกที จึงไม่คิด

อยากจะพบคุณอีกตามที่คุณหวังไว้ จดหมายของคุณนั้นช่าง

แสดงลักษณะที่แท้จริงของคุณอย่างเห็นได้ชัด-ไม่มีตอนใด

ถูกอกถูกใจฉัน ฉันจะยินดีเหลือเกินทีเดียวถ้าคุณจะ

กรุณาคิดเสียว่าเราไม่มีอะไรต่อกันอีกแล้ว และเลิก

เขียนจดหมายไปให้ฉันอีก ฉันขอบอกคุณอีกสักครั้งว่า

ฉันไม่สนใจว่าคุณจะเป็นอย่างไรต่อไป โปรดอย่านึกว่า

ฉันยังให้ความรักและสงสารคุณเหมือนเดิม

+++++

*** ลองอ่านเว้นบรรทัดดูนะแล้วจะรู้ ***

ในชีวิตทุกคนต่างเผชิญกับความเศร้าใจและดีใจ

Friday, April 23rd, 2010

ในชีวิตทุกคนต่างเผชิญกับความเศร้าใจและดีใจ และความเศร้าใจของบางคนถึงกับต้องการเป็นความทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต

เหมือนดังเรื่องราวที่เกิดขึ้นสมัยที่เรียนอยู่โรงเรียนมัธยม ในจำนวนเพื่อนนักเรียนมีคนหนึ่งเส้นผมบางโหรงเหรง เขาจึงใช้ผ้าพันแผลพันศรีษะเสมอ เพราะอย่างนี้เองเพื่อนๆ เลยตั้งฉายาให้ว่า “เจ้าผ้าพันหัว”

อุปนิสัยของเขาร่าเริงแจ่มใสคล้ายกับว่าเขาไม่เคยใส่ใจกับเรื่องของเส้นผมบนศรีษะของเขาเลย เขามีความสุขสนุกสนานเช่นเดียวกับเพื่อนๆ
เพื่อนๆ ก็ได้แต่เรียกเขาว่า “เจ้าผ้าพันหัว”  แต่ อยู่มาวันหนึ่ง เขาฆ่าตัวตายอย่างกะทันหัน
หลังจากทราบข้าวรายนี้ เพื่อนนักเรียนต่างรีบไปยังบ้านของเขาเมื่ออ่านสมุดบันทึกของเขาจนจบ ทุกคนต่างร้องห่มร้องไห้ด้วยด้วยความเสียใจ
จริงๆแล้วภายใต้ความร่าเริงแจ่มใสในวันปกติของเขา ซุกซ้อนไว้ด้วยความรู้สึกว่าตนเองต่ำต้อย ความทุกข์ร้อนใจและความสิ้นหวัง อันเนื้องมาจากเส้นผมบนศรีษะของเขา
ทำไมเพื่อนๆจึงสังเกตไม่เห็นความทุกข์ร้อนและสิ้นหวังซึ้งซุกซ่อนอยู่ในจิตใจของเขา ได้แต่ล้อเลียนเขาเพื่อความสบายใจของตัวเอง
แต่เป็นการทำร้ายผู้อื่น ถ้าหากว่าให้ความสนใจและให้อภัยด้วยความเห็นอกเห็นใจสักนิดก็สามารถช่วยชีวิตเขามิใช่หรือ ??????

The Shawshank Redemption เป็นภาพยนต์ ดราม่า อันดับ 1 จากการโหวต ทั่วโลก !!

Wednesday, April 21st, 2010

The Shawshank Redemption
มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรง

the shawshank

ผู้กำกับ :
- Frank Darabont

เขียนบทโดย :
- Stephen King (short story “Rita Hayworth and Shawshank Redemption”)
- Frank Darabont (screenplay)

Release Date :
- 23 September 1994 (USA)

ประเภท :
- Drama

Tagline :
- Fear can hold you prisoner. Hope can set you free.

Plot :
- Two imprisoned men bond over a number of years, finding solace and eventual redemption through acts of common decency.

นักแสดง :
- Tim Robbins … Andy Dufresne
- Morgan Freeman … Ellis Boyd ‘Red’ Redding
- Bob Gunton … Warden Norton
- William Sadler … Heywood
- Clancy Brown … Captain Hadley
- Gil Bellows … Tommy
- Mark Rolston … Bogs Diamond
- James Whitmore … Brooks Hatlen
- Jeffrey DeMunn … 1946 D.A.
- Larry Brandenburg … Skeet
- Neil Giuntoli … Jigger
- Brian Libby … Floyd
- David Proval … Snooze
- Joseph Ragno … Ernie
- Jude Ciccolella … Guard Mert (more…)