Archive for the ‘พัฒนาตนเอง’ Category

สายรุ้งในเมฆดำ

Sunday, July 18th, 2010

สายรุ้งในเมฆดำ

เราทุกๆคนต่างก็รู้ดี ทุกๆ สิ่งย่อมมีด้านตรงข้าม นั่นคือ ถ้ามีทิศเหนือย ต้องมีทิศใต้ ถ้ามีด้านนอกต้องมีด้านใน
ถ้ามีวิกฤติต้องมีโอกาส ถ้ามีหัวต้องมีก้อย ถ้ามีส่วนโค้งเข้า ต้องมีส่วนโค้งออก ถ้ามีจบต้องมีเริ่มต้น

ความแตกต่างระหว่างคนธรรมดาและนักรบผู้กล้าคือ นักรบผู้กล้าจะปฏิบัติต่อทุกสิ่งเสมือนความท้าทาย
ในขณะที่คนทั่วไปจะปฏิบัติต่อทุกสิ่งเสมือนคำอวยพรหรือคำสาป
ดอนฮวน ใน Tales of power

คนที่ไม่พอใจอะไรง่ายๆ

Friday, July 2nd, 2010

คนที่ “ไม่พอใจอะไรง่ายๆ” คือคนที่กำลังบอกว่า แม้แต่เรื่องเล็กน้อยในชีวิตก็ทำให้พวกเขาไม่พอใจได้

เรื่องเล่าของความกลัว

Tuesday, June 29th, 2010

เรื่องเล่าของความกลัว

null
ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง เด็กๆ ทุกคนจะถูกพ่อแม่ของตนเองเตือนอยู่เสมอว่า “ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ห้ามเดินทางไปใกล้ยอดเขาเป็นอันขาดเพราะมันเป็นที่ที่สัตว์ประหลาดอาศัยอยู่ ” ซึ่งเด็กๆ ทุกรุ่นของหมู่บ้านแห่งนี้ก็เชื่อฟังคำสั่งดังกล่าวนี้เป็นอย่างดีเสมอมา

อยู่มาวันหนึ่งมีกลุ่มชายหนุ่มผู้กล้าหาญตัดสิ้นใจที่จะเดินทางไปยังยอดเขาเพื่อค้นหาสัตว์ประหลาดว่ามันมีหน้าตาอย่างไร และเอาชนะมันให้ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงเก็บสัมภาระเท่าที่จำเป็นเพื่อออกเดินทางไปยังยอดเขาในทันที เมื่อเดินทางมาได้ครี่งทางพวกเขาก็ต้องหยุด ชะงักกับเสียงคำรามอันก้องกังวาน และกลิ่นตัวที่แสนจะรุนแรงของเจ้าสัตว์ประหลาด ซึ่งทำให้ชายหนุ่มครึ่งหนึ่งของทั้งหมดต้องวิ่งหนี้ลงจากภูเขาด้วย “ความกลัว

ชายหนุ่มอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือออกเดินทางต่อไปเรื่อยๆ โดยยิ่งพวกเขาเข้าใกล้ยอดเขามากขึ้นเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งสังเกตพบว่าสัตว์ประหลาดดูเหมือนจะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ เช่นกัน แต่มันยังคงส่งเสียงคำราม และปล่อยกลิ่นตัวของมันออกมาตลอดเวลา ใน ที่สุดชายหนุ่มทั้งหมดก็ค่อยๆ ตัดสินใจลงจากภูเขาไปทั้งหมด

เหลือเพียงผู้กล้า หาญเพียงคนเดียวที่ยังคงเดินทางต่อไป

” ฉันจะต้องเอาชนะสัตว์ประหลาดให้ได้ ” ชายหนุ่มคนดังกล่าวพูกกับตนเองพร้อมกับเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ โดยทุกครั้งที่เขาเดินหน้าต่อไปสัตว์ประหลาดก็มีตัวเล็กลงเรื่อยๆ จนมีขนาดเท่ากับมนุษย์ปกติ และเมื่อเขาก้าวเข้าไปใกล้สัตวประหลาดมากขึ้น ขนาดตัวของมันก็ค่อยๆหดลงไปอีก แต่มันยังคงส่งเสียงคำราม  และปล่อยกลิ่นตัวออกมาตามปกติ ในตอนนี้ชายหนุ่มคนดังกล่าว อยู่ใกล้กับสัตว์ประหลาดเป็นอย่างมากแต่สัตว์ประหลาดกลับมีขนาดตัวเหลื่อเพียงแค่ฝ่ามือของชายหนุ่มเท่านั้น เขาจึงยกตัวมันขึ้นมา และกล่าวกับมันว่า ” เอาละ จริงๆ แล้วนายเป็นใคร กันแน่ ?????????”

สัตว์ประหลาดขนาดจิ๋ว ตอบด้วยเสียงแหลม และแหบพร่าว่า “ ฉันคือความกลัว

ทัศนคติ ที่เรามีในแต่ละวัน

Tuesday, June 22nd, 2010

เราจะเปลี่ยนอดีตไม่ได้
เราจะเปลี่ยนท่าทีของคนอื่นไม่ได้
เราไม่อาจจะเปลี่ยนสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่สิ่งหนึ่งที่เราเปลี่ยนได้
ก็คือสิ่งที่เราควบคุมมันได้
นั้นคือ ทัศนคติของเรา

ผมเชื่อว่าชีวิตเรานี้ มาจาก
สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา 10 เปอร์เซ็นต์
และสิ่งที่เกิดจากการตอบสนองของเรา 90 เปอร์เซ็นต์

เหยือกเต็มหรือยัง ?

Monday, June 14th, 2010

ชายหนุ่มคนหนึ่งได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยเอกชน เพื่อให้เป็นวิทยากรพิเศษสอนวิชาปรัชญาให้กับนักศึกษาปริญญาโท เขาเตรียม การสอนอยู่หลายวันจึงตัดสินใจจะสอนนักศึกษาเหล่านั้นด้วยแบบฝึกหัดง่ายๆ แต่แฝงไว้ด้วยข้อคิด

เขาเดินเข้าห้องเรียนมาพร้อมด้วยของสองสามอย่างบรรจุอยู่ในกระเป๋าคู่ใจ เมื่อได้เวลาเรียน เขาหยิบ เหยือกแก้ว ขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วใส่ ลูกเทนนิส ลงไปจนเต็ม ‘ พวกคุณคิดว่าเหยือกเต็มหรือยัง ?’ เขาหันไปถามนักศึกษาปริญญาโท

แต่ละคนมีสีหน้าตาครุ่นคิดว่าอาจารย์หนุ่มคนนี้จะมาไม้ไหนก่อนจะตอบพร้อมกัน ‘ เต็มแล้ว… ‘

เขายิ้มไม่พูดอะไรต่อหันไปเปิดกระเป๋าเอกสารคู่ใจ หยิบกระป๋องใส่กรวดออกมา แล้วเท กรวดเม็ดเล็กๆ จำนวนมากลงไปในเหยือกพร้อมกับเขย่าเหยือกเบาๆ กรวดเลื่อนไหลลงไปอยู่ระหว่างลูกเทนนิสอัดจนแน่นเหยือก เขาหันไปถามนักศึกษาอีก

‘เหยือกเต็มหรือยัง ?’
(more…)

เมื่อเราไม่ได้ให้ทางเลือกอื่นแก่ตัวเองนอกจากความสำเร็จ เราจะหาวิธีการได้เสมอ

Wednesday, May 26th, 2010

เรื่องนี้เป็นเรื่องของทหารชาวจีนที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง นายพลคนหนึ่งนำกองทัพเข้าไปในเขตแดนของคู่ต่อสู้เพื่อที่จะฆ่าศัตรูผู้รุกราน โชคร้ายที่กองทัพของเขามีคนน้อยกว่าถึงหนึ่งต่อสี่ เมื่อมาถึงชายฝั่งของศัตรู นายพลได้สั่งให้ทหารเผาเรือทุกลำที่มาถึงฝั่ง เมื่อถามว่าทำไมเขาก็ตอบว่า “เพราะเราจะเหลือหนทางเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่จะออกไปจากเกาะนี้ได้ นั้นคือ  ต้องชนะ”  เขาปิดกั้นหนทางทุกทางที่จะทำให้ถอยกลับได้ เขานำพากองทัพเข้าสู่สถานกาณ์ที่ว่า ต้องทำทุกอย่างเพื่อได้ชัยชนะ เมื่อไม่มีทางเลือกสำหรับการถอยอีกแล้ว กองทัพของเขาเข้าต่อสู้ประหนึ่งว่าชีวติของพวกเขาขึ้นอยู่กับสิ่งๆ นี้ เท่านั้น แล้วในที่สุดพวกเขาก็ชนะ

ความรู้และระดับการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอ

Friday, April 30th, 2010

เดียววันนี้ มีนิทานมาเล่าให้ฟังกันครับ ครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว มีอาจารย์คนหนึ่งต้องการเดินทางข้ามแม่น้ำสายหนึ่ง อาจารย์จึงไปติดต่อกับคนเดินเรือที่อยู่ในท้องถิ่น คนหนึ่งซึ่งตกลงกันว่าจะพาอาจารย์ข้ามน้ำด้วยค่าจ้างเพียงเล็กน้อย
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังล่องเรื่ออยู่นั้น อาจารย์ต้องการโอ้อวดความฉลาดและความเป็นผู้รู้ของตน จึงเริ่มทดสอบคนเดินเรือ
อาจารย์ทำเป็นหยิบก้อนหินก้อนหนึ่งจากชายฝั่งขึ้นมา และถามคนเดินเรือด้วยท่าทางเบ่งๆ ว่า “เธอเคยเรียนวิชาธรณีวิทยาหรือเปล่า ????” คนเดินเรือมองมาที่ อาจารย์ด้วยท่าทางงงๆ และตอบว่า “เอ่อ … ” ไม่เคยหรอกครับ อย่าว่าแต่วิชาธรณีวิทยาเลยแม้แต่คำว่า ธรณีวิทยา คนเดินเรือก็ไม่เข้าใจด้วยซ้ำ
“ถ้าเช่นนั้น ฉันคิดว่า 25 เปอร์เซ็นต์ของชีวิตเธอได้หายไปแล้ว !” อาจารย์พูดดด้วยท่าทางยกย่องตัวเอง คนเดินเรือรู้สึกแย่มากที่ตัวเองไม่รู้อะไรเลย แต่ก็ยังพายเรือไปเรื่อยๆ
ขณะที่ล่องเรือไกลออกไป กระแสน้ำเริ่มเชี่ยวกรากขึ้นเรื่อยๆ อาจารย์ก็ทำเป็นหยิบใบไม้ที่ลอยมาตามแม่น้ำและถามด้วยท่าทางเหมือนผู้ยิ่งใหญ่ว่า ” แล้วเธอเคยเรียนวิชา พฤกษศาสตร์หรือเปล่า ??” คนเดินเรือผู้น่าสงสารทำท่าทาง งงๆ อีกครั้งและตอบกลับไปว่า ไม่เคยหรอกครับ
อาจารย์ส่ายหัวพร้อมพูดว่า หึหึ ” ถ้าเช่นนั้น 50 เปอร์เซ็นของชีวิตเธอก็ได้หายไปแล้ว ” แล้วอาจารย์ก็ส่งสัญญาณให้คนเดินเรือพายเรือต่อไป ขณะที่กำลังพายเรือออกไป กระแสน้ำเริ่มแรงขึ้นๆ น้ำไหลเชี่ยวจนทำให้เรือโคลงเคลงอย่างมาก
ทันใดนั้น เมื่อเรือล่องผ่านเทือกเขา อาจารย์ก็ชี้ไปที่เทือกเขา แล้วถามว่า ” แล้วเธอรู้เรื่องภูมิศาสตร์บ้างหรือเปล่า ” คนเดินเรือตอบด้วยความรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยและอับอายมากกว่า “ไม่รู็”
อาจารย์ก็พูดสวนขึ้นมาทันควันว่า “ฉันว่าแล้ว ถ้าเช่นนั้น 75 %” ของชีวิตเธอก็ได้หายไปแล้ว !!!
ถึงตอนนี้กระแสน้ำเริ่มไหลเชี่ยวกรากมากขึ้นจนกระทั้งคนเดินเรือไม่สามารถควบคุมเรือได้ ทันใดนั้นเรือก็กระแทกเข้ากับหินก้อนใหญ่อย่างแรงจนเรือรั่วและเริ่มจะจมลง
คนเดินเรือหันกลับมาที่อาจารย์และถามว่า อาจารย์ครับ” ท่านว่ายน้ำเป็นหรือเปล่า ????” อาจารย์ตอบอย่างกลัวๆว่า “ว่ายไม่เป็น”
ถ้าเช่นนั้นผมคิดว่า 100 เปอร์เซ็น ของชีวิตท่านกำลังหมดไปแล้ว ! คนเดินเรือพูด จากนั้นก็กระโดดออกจากเรือและว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งเพื่อเอาชีวิตรอด

นิทานได้จบลงไปแล้วครับ
จากนิทานดังกล่าว การที่เรามีความรู้และการศึกษาในระดับต่างๆ เป็นเรื่องที่สำคัญแต่ไม่เพียงพอ ในยุคเศรษฐกิจสมัยใหม่นี้

คนที่ขาดทักษะ การว่ายน้ำ (อาจารย์ ผู้บริหามืออาชีพ หรือคนธรรมดาทั่วไป) จะถูกควบคุมโดยสิ่งแวดล้อมภายนอก และถุกกำหนดความกลัวต่อการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน

ผลเสียของไม่มีความมั่นใจตนเอง

Tuesday, April 27th, 2010

มีคนจำนวนมากที่รู้ตัวว่าขาดความมั่นใจตนเอง และดำเนินชีวติอย่างไม่ค่อยจะเป็นสุขนัก การขาดความมั่นใจตนเองนั้นมีสาเหตุมาจากจิตใจ ซึ่งคนที่ขาดความมั่นใจมักจะไม่สามารถค้นหาความภาคภูมิใจของตัวเองได้ตามความเป็นจริง โดยมีอิทธิพลมาจากวิธีการเลี้ยงดูตั้งแต่วัยเด็ก และสิ่งแวดล้อมที่ไม่ยกย่องไม่ให้กำลังใจอย่างเหมาะสม จึงทำให้มีคนที่ไม่มั่นใจมีมากขึ้น  มีพฤติกรรมหลีกหนึสังคม หรือพยายามที่จะสร้างปมปลอมหรือชอบทำตัวเว่อร์

ด้วยความคิดที่ไม่ดีกับตัวเองดังที่กล่าวแล้วความไม่ม่ันใจก็จะเติบโตในจิตใต้สำนึก และส่งผลออกมาทางพฤติกรรม และท่าทางต่างๆ นานา

ต่อไปนี้คือ  ผลเสียของไม่มีความมั่นใจตนเอง

- ไม่มีความสุข กังวล ลังเล โลเล เหมือนคนไม่มีจุดยืน

- มีความผิดปกติทางจิตใจและอารมณ์ได้ง่าย เช่น น้อยใจ งอน กลัว เกรง ระแวง เครียด อิจฉา หดหู่ เบื่อหน่าย ซึม         เศร้า เหงา ก้าวร้าว

- ไม่กล้าลงมือทำสิ่งใหม่ในชีวิต มักทำตามคนอื่นๆ หรือทำซ้ำๆ ในสิ่งที่ทำมาแล้ว

- ใจแคบ ไม่เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ หรือ ความคิดใหม่ๆ มักคิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง

- ระแวง มักคิดว่าคนอื่นจะดูถูก

- ไม่มีมนุษย์สัมพันธ์ มักมองตัวเองไม่ดีคิดว่าคงไม่มีใครอยากคบหา

ยังไงเสียความมั่นใจสามารถสร้างได้ โดยตัวเราเอง